ทำไมแต่ละคนใช้จำนวนเส้นไม่เท่ากัน
จำนวนเส้นเป็นผลลัพธ์ของการวางแผน ไม่ใช่จุดเริ่มต้น ก่อนจะนับเส้น แพทย์ต้องตอบให้ได้ว่าหน้าคุณมีปัญหาอะไร อยู่ตรงไหน และร้อยไหมแก้ได้แค่ไหน สิ่งที่ทำให้จำนวนเส้นของแต่ละคนต่างกันมีหลัก ๆ ดังนี้
- ระดับความหย่อน ผิวที่เพิ่งเริ่มหย่อนกับผิวที่ตกลงมามากต้องการแรงยกไม่เท่ากัน
- จุดที่อยากแก้ แก้มห้อย กรอบหน้าไม่ชัด ร่องแก้ม หรือหางตาตก แต่ละจุดใช้แนวไหมคนละแบบ
- ความหนาของผิวและเนื้อใต้ผิว ผิวบางมากอาจเห็นรอยบุ๋มหรือคลำเจอเส้นไหมได้ง่ายกว่า ส่วนคนที่หน้ามีเนื้อเยอะก็ต้องการแรงยกมากขึ้น
- ชนิดของไหม ไหมเส้นเรียบกับไหมมีเงี่ยงทำงานคนละแบบ จำนวนเส้นจึงเทียบกันตรง ๆ ไม่ได้
- ผลที่คุณต้องการ บางคนอยากให้ดูสดขึ้นนิดเดียว บางคนอยากให้กรอบหน้าเปลี่ยนจนเห็นได้ชัด
ไหมเส้นเรียบกับไหมมีเงี่ยง ต่างกันยังไง
ไหมที่ใช้ร้อยหน้าส่วนใหญ่ทำจากวัสดุที่ร่างกายสลายได้เอง เช่น PDO แต่รูปร่างของเส้นทำให้ใช้งานต่างกัน
- ไหมเส้นเรียบ (โมโน) เส้นเล็ก ไม่มีเงี่ยง ช่วยกระตุ้นให้ผิวตรงนั้นสร้างคอลลาเจน มักใช้หลายเส้นกระจายเป็นแผง
- ไหมมีเงี่ยง มีเงี่ยงเล็ก ๆ ตลอดเส้น เกี่ยวผิวที่หย่อนแล้วยกขึ้นตามแนวที่แพทย์วางไว้ ใช้จำนวนน้อยกว่า แต่แต่ละเส้นรับแรงมากกว่า
สมมติคนหนึ่งร้อยไหมเส้นเรียบ 20 เส้น อีกคนร้อยไหมมีเงี่ยง 8 เส้น ตัวเลขสองตัวนี้เอามาเทียบกันไม่ได้เลย สิ่งที่ควรถามคือแต่ละเส้นอยู่ตรงไหนและทำหน้าที่อะไร
ดูจำนวนเส้นจากคลิปหรือราคาได้ไหม
คลิปรีวิวช่วยให้เห็นภาพว่าร้อยไหมทำอะไรได้บ้าง แต่จำนวนเส้นในคลิปเป็นของหน้าคนนั้น ถ้าเอามาใช้กับหน้าคุณ ก็เหมือนยืมแว่นสายตาคนอื่นมาใส่
ส่วนแพ็กเกจที่บอกจำนวนเส้นไว้ ก็เป็นแค่จุดตั้งต้นให้คุยกัน ที่ KPB Clinic แพ็กเกจร้อยไหม 8D มีหลายขนาด ตั้งแต่ S Plus ไปจนถึง XL Plus แพทย์จะดูหน้าจริงก่อน แล้วค่อยแนะนำว่าขนาดไหนเหมาะ
ตอนประเมิน แพทย์ดูอะไรบ้าง
- ซักประวัติ โรคประจำตัว ยาและอาหารเสริมที่กินอยู่ โดยเฉพาะยาละลายลิ่มเลือด และหัตถการที่เคยทำ เช่น ร้อยไหมหรือฟิลเลอร์ครั้งก่อน
- ดูหน้าหลายมุม หน้าตรง ด้านข้าง ตอนนิ่งและตอนยิ้ม เพื่อดูว่าผิวตกลงมาทางไหน
- ลองดันผิวดู แพทย์จะลองดันผิวขึ้นตามแนวต่าง ๆ ให้คุณเห็นว่าถ้ายกแล้วหน้าจะเปลี่ยนไปประมาณไหน
- วาดแนวและสรุปแผน บอกชนิดไหม ตำแหน่ง จำนวนเส้น ผลที่คาดได้ และสิ่งที่ร้อยไหมทำไม่ได้
ตั้งความคาดหวังให้พอดี
ร้อยไหมช่วยยกผิวที่เริ่มหย่อนได้ แต่ไม่ใช่การผ่าตัดดึงหน้า งานวิจัยที่รวบรวมข้อมูลจาก 26 การศึกษาพบว่าความพึงพอใจหลังทำใหม่ ๆ อยู่ที่ราว 98% แต่พอติดตามไปนานขึ้น ก็ลดลงเหลือราว 88% ในงานเดียวกันยังพบว่าคนอายุมากกว่า 50 ปีเกิดรอยบุ๋มและการติดเชื้อบ่อยกว่า ผู้วิจัยจึงแนะนำให้คุยเรื่องผลระยะยาวกันให้ชัดตั้งแต่ก่อนทำ
ถ้าหน้าหย่อนมาก การผ่าตัดอาจตอบโจทย์กว่า ถ้าปัญหาหลักคือหน้ายุบหรือขาดความอิ่ม ฟิลเลอร์หรือไหมน้ำอาจตรงกว่า และถ้าเป็นริ้วรอยเวลายิ้มหรือขมวดคิ้ว โบท็อกซ์อาจเหมาะกว่า ส่วนกรณีที่ร้อยไหมไม่ใช่คำตอบของหน้าคุณ แพทย์ควรบอกตรง ๆ ตั้งแต่ตอนประเมิน
คำถามที่ควรถามแพทย์ก่อนร้อยไหม
- ใช้ไหมชนิดไหน วัสดุอะไร และขึ้นทะเบียนกับ อย. หรือไม่
- จำนวนเส้นนี้มาจากอะไร แต่ละเส้นอยู่ตรงไหน
- ผลที่คาดได้สำหรับหน้าเราอยู่ได้นานแค่ไหน
- หลังทำต้องดูแลตัวเองยังไง และเลี่ยงอะไรกี่วัน
- ถ้ามีอาการผิดปกติหลังทำ ติดต่อใคร ช่องทางไหน
คำถามที่พบบ่อย
ร้อยไหมเส้นเยอะ ๆ ยิ่งยกดีไหม?
ไม่เสมอไป จำนวนเส้นที่มากเกินจำเป็นไม่ได้ทำให้ยกดีขึ้นตาม แต่อาจเพิ่มโอกาสบวม ช้ำ และรอยบุ๋ม สิ่งที่สำคัญกว่าคือวางแนวไหมให้ตรงกับทิศที่ผิวตกลงมา
ส่งรูปให้ประเมินจำนวนเส้นทาง LINE ได้ไหม?
ส่งรูปมาสอบถามเบื้องต้นได้ ทีมงานจะช่วยดูว่าควรนัดคุยเรื่องไหน แต่จำนวนเส้นที่ใช้จริงต้องให้แพทย์ดูหน้าและลองดันผิวที่คลินิกก่อน
ทำไมแต่ละคลินิกบอกจำนวนเส้นไม่เท่ากัน?
เพราะแต่ละที่อาจใช้ไหมคนละชนิด คนละความยาว และวางแนวไม่เหมือนกัน ลองถามว่าแต่ละเส้นใช้ทำอะไร จะเทียบกันได้ง่ายกว่าดูตัวเลขอย่างเดียว
แหล่งข้อมูล
บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยและไม่ได้รับประกันผลการรักษา ผลลัพธ์กับความเสี่ยงต่างกันไปในแต่ละคน ควรให้แพทย์ประเมินก่อนตัดสินใจทุกครั้ง · ปรับปรุงล่าสุด 1 ต.ค. 2569
